Sony Ericsson C510 Cyber-shot รุ่นกลาง ลูกเล่นเทียบเท่ารุ่นใหญ่
Sony Ericsson C510 Cyber-shot
รุ่นกลาง ลูกเล่นเทียบเท่ารุ่นใหญ่
Physical Overview
หน้าจอแสดงผลที่ยังคงปรับเปลี่ยน Theme ได้ไม่จำกัดตามที่ดาวน์โหลดมาตามแบบฉบับของ Sony Ericsson แต่สำหรับรุ่นนี้มีความพิเศษตรงที่ใช้เซ็นเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหว เมื่อเอียงเครื่องซ้าย หรือขวา ภาพวิวก็จะเคลื่อนตามไปในทิศที่เอียง ซึ่งต้องเป็น Theme ที่รองรับเท่านั้น ส่วนรูปแบบเมนูก็ปรับเปลี่ยนไปตาม Theme ด้วยเช่นกัน เหนือจอแสดงผลมีเลนส์รับภาพกล้องดิจิตอลสำหรับใช้งาน Video call เท่านั้น นำมาใช้ถ่ายภาพไม่ได้


แผงปุ่มกดตัวเลขยังคงความเป็น Sony Ericsson อยู่ แต่ละปุ่มมีขนาดที่ไม่เล็ก ไม่ใหญ่จนเกินไป กดได้สะดวก มีไฟส่องสว่างเป็นสีขาว ด้านข้างซ้ายมีช่องเสียบสายดาต้าลิงค์แบบ Fast port เหมือนกับรุ่นก่อนๆ ใช้เสียบทั้งสายชาร์จแบตเตอรี่ สายดาต้าลิงค์ ชุดหูฟัง หรืออุปกรณ์เสริมอื่นๆ อย่างเช่นภาครับสัญญาณดาวเทียม GPS ถัดลงมาเป็นช่องเสียบการ์ดหน่วยความจำแบบ M2 หรือ Memory Stick Micro ส่วนที่ด้านขวามีปุ่มปรับระดับเสียงสนทนา และยังใช้เป็นปุ่มซูมภาพในโหมดการถ่ายภาพ มีรูปแว่นขยายกำกับอยู่ ถัดลงมาเป็นปุ่มชัตเตอร์สำหรับถ่ายภาพของกล้อง Cyber-shot


เลนส์รับภาพกล้องดิจิตอลถูกปิดด้วยฝาสไลด์ที่ถูกออกแบบมาให้ปิดได้เนียนจนเหมือนกับว่าไม่มีกล้องมาให้ แต่เมื่อสไลด์ฝาปิดออกก็จะพบกับเลนส์รับภาพ และไฟช่วยส่องสว่างแบบ LED สีขาวถึง 2 ดวง ด้านหลังบริเวณฝาครอบแบตเตอรี่มีช่องลำโพงเสียงเรียกเข้า ให้เสียงที่ดังพอดี และยังให้ความใสของเสียงเหมือนกับรุ่นก่อนๆ

3.2 MP Cyber-shot Phone เป็นเวลาเนิ่นนานที่ Cyber-shot ถือกำเนิดบนโทรศัพท์มือถือ แต่ละรุ่นก็ถูกวางตำแหน่งต่างกันไป สำหรับ Sony Ericsson C510 ถูกวางตำแหน่งในระดับกลาง มีความละเอียด 3.2 ล้านพิกเซล และราคาไม่แพงจนเกินไปนัก แต่ลูกเล่นการถ่ายภาพยังคงเทียบชั้นได้กับรุ่นราคาสูง ตัวเครื่องยังถูกออกแบบมาให้ดูเหมือนกับโทรศัพท์มือถือทั่วไปโดยมีฝาปิดเลนส์รับภาพที่ดูจนเหมือนกับว่ารุ่นนี้ไม่มีกล้อง เมื่อสไลด์ฝาปิดเลนส์ก็จะพบกับเลนส์ และไฟช่วยส่องสว่างซ่อนอยู่ หน้าจอก็จะถูกเปลี่ยนเป็นช่องมองภาพโดยอัตโนมัติ และบริเวณปุ่มกดยังมีไฟเรืองแสงสัญลักษณ์รูปปุ่มลัดตั้งค่าถ่ายภาพเป็นสีน้ำเงิน ที่ปุ่ม 3,6,9 และ # สำหรับเมนูการตั้งค่าถ่ายภาพก็มีให้เลือกโหมดถ่ายภาพแบบ Panorama หรือถ่ายภาพในมุมกว้าง, Frames หรือถ่ายภาพแบบมีกรอบ มีให้เลือกมากถึง 16 แบบ, การถ่ายภาพต่อเนื่อง และโหมด Smile shutter ซึ่งจะถ่ายภาพอัตโนมัติเมื่อมีรอยยิ้มปรากฎบนหน้าจอ มี Scene ถ่ายภาพให้เลือกค่อนข้างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น Twilight landscape, Landscape, Portrait, Beach/Show, Sports และ Document หรือจะให้กล้องเลือกให้โดยอัตโนมัติก็ได้เช่นกัน ระบบโฟกัสภาพก็มีให้เลือกแบบอัตโนมัติ, Macro สำหรับถ่ายภาพในระยะใกล้ประมาณ 10 ซม., Infinite สำหรับถ่ายภาพวิวที่มีระยะตั้งแต่ 10 เมตรเป็นต้นไป และที่ขาดไม่ได้คือ Face Detection หรือระบบโฟกัสใบหน้าอัตโนมัติ โดยจะปรากฎเป็นสี่เหลี่ยมบนหน้าจอเพื่อให้ทราบว่ากล้องจะโฟกัสใบหน้านี้ สำหรับไฟช่วยส่องสว่างก็มีให้เลือกแบบเปิดอัตโนมัติ หรือจะเลือกปิดไปเลยก็ได้ ไฟส่องสว่างนี้ยังทำหน้าที่เป็นไฟช่วยขณะโฟกัสภาพ ซึ่งจะติดอัตโนมัติเมื่อมีแสงสว่างไม่เพียงพอ มีระบบเลือกปรับ White balance ให้กับภาพโดยอัตโนมัติ ปรับเอฟเฟ็คท์สีได้ 4 แบบ และยังบันทึกพิกัดคร่าวๆ เก็บไว้ในข้อมูลภาพถ่าย โดยอิงจากสถานีเครือข่ายได้ด้วยฟังก์ชั่น Add position ส่วนการถ่ายคลิปวิดีโอก็เลือกถ่ายได้นานจนกว่าหน่วยความจำจะเต็ม และยังเลือกเปิดไฟช่วยส่องสว่างขณะถ่ายวิดีโอได้อีกด้วย

Mega Bass Audio Player ในขณะที่ Walkman phone ขยับอัพเกรดไปเล่น Clear bass แต่ยังคงทิ้งระบบเสียงแบบ Mega bass ไว้ให้ Cyber-shot phone ไว้ดูต่างหน้า เครื่องเล่นเพลงของ Sony Ericsson C510 ก็เช่นกัน มีระบบเสียงแบบ Mega bass มาให้ในเมนูการตั้งค่าเสียง และยังมีโทนเสียงให้เลือกแบบ Bass และ Voice หรือจะเลือกปรับเองได้จากอีควอไลเซอร์ 5 แบนด์ เครื่องเล่นเพลงนอกจากจะเล่นเพลงจากชุดหูฟังที่เสียบเข้ากับพอร์ตด้านข้างแล้ว ยังรองรับชุดหูฟังไร้สายบลูทูธแบบสเตอริโอด้วย สำหรับหน้าตาของเครื่องเล่นเพลงก็ยังคงรูปแบบเดิม แสดงภาพศิลปินรูปเล็กๆ ที่มุมบนขวา ปรับเปลี่ยนแนวแสดงผลเป็นแนวตั้ง หรือแนวนอนได้อัตโนมัติด้วยเซ็นเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหว ส่วนวิทยุ FM สเตอริโอก็ยังคงมีมาให้เช่นกัน มีระบบค้นหาคลื่นพร้อมทั้งบันทึกลงหน่วยความจำทั้ง 20 ช่องให้โดยอัตโนมัติ แต่ยังคงต้องใช้เสาอากาศเป็นชุดหูฟังรับสัญญาณไว้ด้วยตลอดเวลา


Location Services ฟังก์ชั่นนี้มีมาให้หลายต่อหลายรุ่นแล้วใน Sony Ericsson และยังคงมีมาให้กับรุ่นนี้ด้วย แต่ตัวเครื่องไม่มีภาครับสัญญาณดาวเทียม GPS มาให้ จึงต้องอาศัยการอ้างอิงตำแหน่งจากสถานีรับสัญญาณโทรศัพท์ของผู้ให้บริการ ซึ่งมีความแม่นยำในรัศมีประมาณ 5-10 กม. แต่หากต้องการความแม่นยำมากกว่านี้ต้องใช้ร่วมกับอุปกรณ์เสริมเป็นภาครับสัญญาณดาวเทียม GPS ภายนอก ส่วนภาพแผนที่ก็ยังคงต้องดาวน์โหลดผ่านอินเตอร์เน็ตจาก Google maps เช่นเคย

3G Hi-Speed Internet Connection ในขณะที่บ้านอื่นเมืองอื่นจะกระโดดไปใช้ 4G กันแล้ว ในบ้านเรายังไม่ทันจะได้ใช้ 3G กันเลย มีเพียงบางจุดที่เปิดให้ทดลองให้บริการเท่านั้น สำหรับ Sony Ericsson C510 ก็รองรับระบบ 3G ด้วยเช่นกัน แต่ใช้ความถี่ 2100 MHz อีกทั้งยังมีเทคโนโลยี HSDPA พร้อมรองรับการสนทนาแบบ Video call ด้วยกล้องดิจิตอลที่อยู่ด้านหน้า ตัวเครื่องยังรองรับการใช้งานเป็นโมเด็มทั้งผ่านสายดาต้าลิงค์ และแบบไร้สายบลูทูธเพื่อใช้งานอินเตอร์เน็ตบนคอมพิวเตอร์ PC หรือ Notebook ด้วย
Final Opinion & Conclusion แรกสัมผัส Cyber-shot C510 หาเลนส์รับภาพอยู่ตั้งนาน แต่สุดท้ายก็พบกับฝาปิดเลนส์ที่ออกแบบมาได้อย่างเนียน จนคิดว่ารุ่นนี้อาจจะไม่มีกล้องแล้วเสียอีก และยังมีข้อดีตรงที่ป้องกันรอยที่จะเกิดเสียดสีจากการใช้งานทั่วไปด้วย ส่วนภาพถ่ายจากกล้องก็ทำออกมาได้น่าประทับใจไม่เสียชื่อ Cyber-shot จาก Sony ตัวเครื่องถูกออกแบบมาอย่างเรียบๆ น่าจะถูกใจใครหลายๆ คน สำหรับราคาเปิดตัวก็ถือว่าไม่แพงจนเกินไปนัก เหมาะสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการกล้องติดมือถือดีๆ สักเครื่องหนึ่งไว้ใช้งานถ่ายภาพที่ต้องการความละเอียดพอสมควร เก็บกล้องดิจิตอลไว้ที่บ้านได้เลย

หน้าจอสแตนด์บายกับ Theme Cyber-shot

เมนูหลักที่ปรับเปลี่ยนไปกับ Theme

มีกรอบภาพให้เลือก 16 แบบ

มีระบบโฟกัสใบหน้า Face detection

เครื่องเล่นเพลง MP3

เกมส์ Nitro Street Racing
Strength
1. Cyber-shot Phone พร้อมโฟกัสใบหน้า และถ่ายรอยยิ้มอัตโนมัติ
2. ฝาปิดเลนส์ที่ออกแบบมาเป็นอย่างดี
3. บันทึกพิกัดลงบนข้อมูลของภาพถ่ายได้ (Geo Tagging)
4. เครื่องเล่นเพลงระบบเสียง Mega bass และวิทยุ FM ในตัว
5. ระบุตำแหน่งบน Google maps ได้โดยอิงจากเครือข่าย
6. รองรับระบบ 3G บนเครือข่าย UMTS พร้อม Video call
7. มีเซ็นเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหวในตัว
Weakness
1. ใช้กล้องหน้าถ่ายภาพไม่ได้
2. เซ็นเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหวใช้ได้ไม่กี่ฟังก์ชั่น

































































































































