โตแล้วโตอีก แอปพลิเคชั่นบนสมาร์ตโฟน
เป็นแนวโน้มมาได้สักระยะแล้วสำหรับแอปพลิเคชั่นบนโทรศัพท์ มือถือที่เป็นช่องทางทำเงินสำหรับ นักพัฒนาทั้งหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ ไอโฟนและแอนดรอยด์ที่เสาะหาดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นได้ง่ายกว่า
ลำพังไอโฟนและไอพอดทัชนั้น ปัจจุบันขายไปได้ทั้งหมดมากกว่า 40 ล้านเครื่อง ทำให้ยอดการดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นผ่านแอปเปิลสโตร์สูงถึงกว่า 1,000 ล้านครั้ง
ถ้าพัฒนาแอปพลิเคชั่นโดนใจคนใช้ยอดดาวน์โหลดเป็นแสน ก็เป็นเศรษฐีน้อยๆ กันได้เลย
และดูเหมือนว่าใครๆ ก็มองเห็นทิศทางนี้ ทำให้โมเดลใหม่เริ่มขยับขึ้นไปเป็นการพัฒนาแอปพลิเคชั่นแล้วขายให้กับผู้สนใจ บริษัทใหญ่น้อยจำนวนมากเริ่มออกล่า แอปพลิเคชั่นเจ๋งๆ กันไม่น้อยแล้วในเวลานี้ เพราะเห็นว่าเป็นหนทางสร้างรายได้ที่ยั่งยืน บริษัทโทรศัพท์มือถือเองก็ต้องการแอปพลิเคชั่นดีๆ มาเป็นตัวสร้างรายได้ด้วย
เวนเจอร์แคปปิตอลบางแห่งตั้งกองทุนมูลค่าหลายพันล้านเพื่อลงทุนในบริษัทเกิดใหม่ทางด้านแอปพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือโดยเฉพาะ เช่น Kleiner Perkins Caufield & Byers ที่จัดตั้งกองทุนมูลค่าเกือบ 4,000 ล้านบาท เป็นต้น
กระทั่ง IAC บริษัทใหญ่ที่ลงทุนด้านสื่อและอะเมซอนก็เริ่มซื้อบริษัทเหล่านี้ไปแล้วจำนวนหนึ่ง
ในบรรดาสมาร์ตโฟนด้วยกันเวลานี้ ไอโฟนและแอนดรอยด์เป็นโทรศัพท์มือถือ ที่หาแอปพลิเคชั่นฟรีหรือราคาถูกได้ง่ายกว่าของแพลตฟอร์มอื่นๆ
จากการสำรวจของ “กราวิตี้แทงก์” บริษัทที่ปรึกษาในชิคาโก จากกลุ่มตัวอย่างกว่า 1,000 คนที่ใช้ไอโฟนและแอนดรอยด์ จี 1 พบว่าในช่วงเดือนเมษายนและพฤษภาคม โดยเฉลี่ยแต่ละคนดาวน์โหลด 23.6 แอปพลิเคชั่นไว้ในโทรศัพท์ และใช้งาน 6.8 แอปพลิเคชั่นทุกวัน
49 เปอร์เซ็นต์ใช้แอปพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือมากกว่า 30 นาทีต่อวัน
เกือบครึ่งหนึ่ง หรือ 48 เปอร์เซ็นต์ของกลุ่มตัวอย่าง
เขาไปช็อปปิ้งแอปพลิเคชั่นมากกว่า 1 ครั้งต่อสัปดาห์
นอกจากจะขยายตัวและการใช้งานเพิ่มขึ้นแล้ว ที่น่าสนใจกว่านั้น ก็คือกลุ่มตัวอย่างมากถึง 32 เปอร์เซ็นต์ บอกว่าเล่นเกมจากเครื่องเล่นเกมพกพาน้อยลงเพราะโทรศัพท์ทดแทนได้ ขณะที่ 31 เปอร์เซ็นต์อ่านหนังสือพิมพ์น้อยลง 28 เปอร์เซ็นต์ ใช้อุปกรณ์จีพีเอสน้อยลง และ 28 เปอร์เซ็นต์ ใช้เครื่องเล่นเอ็มพี 3 น้อยลงรวมทั้ง 24 เปอร์เซ็นต์ ดูทีวีน้อยลง
นี่คือข้อมูลสำรวจที่สะท้อนให้เห็นถึง อิทธิพลสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่อย่างไอโฟนและแอนดรอยด์ที่ไม่อาจมองข้ามได้
เมืองไทยเราเองก็คงพัฒนาไปในทิศทางเดียวกันนี้ เพราะตลาดโทรศัพท์มือถือนั้นเข้าใกล้จุดอิ่มตัวเต็มทีแล้ว จึงต้องพัฒนาหนทางสร้างรายได้เสริมจากแอปพลิเคชั่น

































































































































